รีวิวเกม Sekiro Shadows Die Twice

เกม Sekiro: Shadows Die Twice นินจาแขนกลคนไร้ความปรานี

รีวิวเกม Sekiro Shadows Die Twice วางจำหน่ายให้เล่นกันเรียบร้อยกับ Sekiro Shadows Die Twice เกมจากค่าย FromSoftware ที่ฝากฝังผลงานสุดหินระดับขว้างหน้าจอยทิ้งไว้มากมายทั้ง Demon Souls, Dark Souls และ Bloodborne ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของความยากและความท้าทาย โดย Sekiro เป็นผลงานใหม่เอี่ยมที่ไม่ธรรมดาอีกหนึ่งเกม แถมยังถือว่าเป็นเกมคุณภาพระดับ AAA ที่รองรับภาษาไทยด้วยทั้งเมนูในเกม คำอธิบายและรวมถึงคำบรรยายต่างๆด้วย เกมนี้มีให้เล่นกันทั้งบน PS4, PC และ Xbox One

 

เนื้อเรื่องเกม

Sekiro จะอยู่ในช่วงยุคเซ็นโกคุ ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นนินจาหนุ่มผู้สูญเสียแขนซ้ายไปในการต่อสู้ แต่เมื่อเขารอดจากความตายมาได้ ก็พบว่าแขนซ้ายได้ถูกแทนที่ด้วยแขนกลนินจา ซึ่งเป็นอุปกรณ์ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปยังที่ต่างๆรวมถึงใช้ทุ่นแรงในการต่อสู้ได้หลายอย่าง และภารกิจของเราคือตามหาตัวองค์ชายผู้เป็นนายหัวที่ถูกศัตรูจับตัวไปนั่นเอง

พูดถึงแขนกลนินจากันบ้าง โดยนี่เป็นฟีเจอร์หลักที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเกม Sekiro เนื่องจากตลอดทั้งเกมเราต้องพึ่งพาแขนนี้บ่อยมาก หลักๆเลยก็คือการยิงสลิงเพื่อเหินข้ามจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับความเป็นนินจาของตัวนำ ที่ต้องเน้นลอบเร้น จะมีอยู่หลายพื้นที่ที่เราต้องโหนไปดูลาดเลารอบๆฉากเพื่อสังเกตว่าศัตรูอยู่ที่ไหนกันบ้าง จากนั้นก็ค่อยๆไล่ลอบฆ่าทีละตัว หรือในบางโอกาส การใช้สลิงจากแขนกลก็ช่วยให้เราสามารถรอดพ้นจากการโจมตีของศัตรูด้วย

ขณะเดียวกัน ระหว่างที่เราผจญภัยไปในแต่ละโซน ก็จะมีไอเทมอัพเกรดแขนกลนินจาให้พวกเราเก็บมาเพิ่มประสิทธิภาพกับแขนกลได้ ไล่ตั้งแต่ พ่นไฟให้ศัตรูติดสถานะไฟคลอก (ลด HP ศัตรูลงไปเรื่อยๆ), ปาดาวกระจาย (ทำลายจังหวะและสร้างความเสียหายกับศัตรูที่ลอยอยู่กลางอากาศ) หรือแม้แต่ยิงประทัด ที่ได้ผลดีกับการสู้กับศัตรูประเภทสัตว์ ซึ่งผู้เล่นจำเป็นจะต้องพลิกแพลงการใช้แขนกลให้เข้ากับสิ่งที่เราเจอตรงหน้าให้ดี

 

กราฟิก

ในเกมทำออกมาได้ดี บรรยากาศต่างๆทั้งตัวปราสาท ป่าเขา ดันเจี้ยน และแสงเงาทำออกมาสวยสมจริง แถมสภาพภูมิอากาศรวมทั้งเวลายังเปลี่ยนตามช่วงที่พวกเราดำเนินเรื่องราวด้วย พวกเราจะเห็นว่าในเกมมีทั้งยังกลางวัน ช่วงกลางคืน รวมทั้งตอนที่มีหิมะตก ทำให้รู้สึกว่าแวดล้อมของเกมดูไม่จำเจ รวมทั้งต้องการจะตรวจและเห็นหน้าตาโซนใหม่ต่อไปเรื่อยๆโดยถ้าเพื่อนๆลองเล่นเกมนี้บน PS4 รุ่นธรรมดา เฟรมเรตจะมีหล่นบ่อยหน่อยหากเจอศัตรูป้วนเปี้ยนในฉากเยอะ หรืออยู่ในสถานที่ที่กว้างมากๆแต่ถ้าในกรณีของ PS4 Pro เฟรมเรตจะไหลลื่นกว่าจมเลย

 

สรุป

แม้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างในเกมจะถูกปรับให้เข้าหาผู้เล่นมากขึ้น แต่ภาพรวมของเกมก็ยังคงกลิ่นของเกมจาก FromSoftware เอาไว้ครบถ้วน ซึ่งก็แน่นอนว่ารวมถึงความยากระดับปาจอยเช่นกัน โดย Sekiro ยังมีความเป็นเกม “เฉพาะทาง” ที่ไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน แต่ว่าถ้าใครอยากจะทำความคุ้นเคยและลองก้าวเข้าสู่เกมแนว FromSoftware สักครั้ง ก็แนะนำตรงนี้ได้เลยว่าการเริ่มที่ Sekiro น่าจะเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ที่สุดแล้ว