Category: รีวิวหนัง

รีวิว Space Sweepers ชนชั้นขยะปฏิวัติจักรวาล 

              Space Sweepers ชนชั้นขยะปฏิวัติจักรวาล หนังไซไฟอวกาศสุดล้ำเรื่องแรกจากเกาหลีใต้  ได้ฤกษ์ลงจอฉายทาง Netflix ให้คอหนังสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ระดับเมกะโปรเจกต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากดูจบไปสดๆ ร้อนๆ บอกตามตรงว่านี่คือภาพยนตร์ไซไฟระดับบล็อกบัสเตอร์ที่ไม่ทำให้ผิดหวัง ทั้งโปรดักชั่น ทีมนักแสดง รวมไปถึงผู้กำกับมือรางวัลที่กลับมาทวงบัลลังก์ความยิ่งใหญ่ได้สมการรอคอยอย่างแท้จริง

ภาพยนตร์ Space Sweeper ชนชั้นขยะปฏิวัติจักรวาล ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 2092 เมื่อ เจมส์ ซัลลิแวน ผู้ก่อตั้งองค์กร UTS ได้สร้างบ้านหลังใหม่บนห้วงจักรวาลและเลือกมนุษย์บางส่วนขึ้นไปอยู่อาศัย มีผู้คนประกอบอาชีพ เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ต่างจากที่เคยเป็นบนโลกมนุษย์

              หากแต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า นักกวาดอวกาศ แทโฮ รับบทโดย ซงจุงกิอดีตยามอวกาศผู้มีชื่อเสียงที่ทำผิดกฎระเบียบจนตกอับต้องมาอาศัยอยู่บนยานอวกาศชื่อThe Victoryเพื่อเก็บขยะประเภทเศษซากจากดาวเทียม และชิ้นส่วนของยานอวกาศที่ลอยไปมาแลกกับเศษเงินเพื่อประทังชีวิตไปวันๆ ร่วมกับ กัปตันจาง รับบทโดย คิมแทรี ผู้ควบคุมยานอวกาศมาดเท่ห์ ไทเกอร์พัค รับบทโดย ชินชอนกยู อดีตสมาชิกแก๊งมาเฟียที่หลบหนีการจับกุมบนโลกจึงผันตัวมาเป็นวิศวกรยานอวกาศ รวมถึง บั๊บส์ รับบทโดย ยูแฮจินหุ่นยนต์รบที่ถูกซ่อมขึ้นใหม่เพื่อใช้ในปฏิบัติการเก็บกวาดขยะครั้งนี้

              แต่เรื่องราวไม่ได้มีเพียงการเก็บขยะตั้งแต่ต้นจนจบ จะเรียกว่าฉากเก็บขยะที่เห็นในตัวอย่างเป็นเพียงส่วนน้อยก็ไม่ผิดนัก เพราะความสนุกที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อบรรดาภารโรงเก็บขยะทั้งสี่ได้พบกับ โดโรธี หรือ กนนิม เด็กหญิงผู้กลายเป็นหุ่นยนต์ดรอยส์จากการรักษาอาการป่วย มีความสามารถในการเชื่อมต่อกับนาโนบอตส์ ฟื้นฟูพืชผักที่แห้งตายให้กลับมางอกงามได้ใหม่ เธอเป็นอาวุธชิ้นสำคัญที่มีผลต่อการอยู่รอดของมวลมนุษยชาติ การแย่งชิงหุ่นยนต์เด็กหญิงจึงเกิดขึ้น นำไปสู่การเปิดโปงแผนการที่แท้จริงที่ทำให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลง จนทำให้บรรดาภารโรงเก็บขยะต้องสวมบทเป็นฮีโร่เพื่อกอบกู้โลกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

              ภาพยนตร์ทุ่มทุนสร้างไปกว่า 646 ล้านบาท เรื่องโปรดักชั่น ซีจีบนห้วงจักรวาล บรรดายานอวกาศและวัตถุอื่นๆ ที่อยู่นอกโลกจึงออกมาสมจริงอย่างไร้ข้อกังขา แสง สี เสียง จัดเต็มตั้งแต่ต้นจนจบ โดยเฉพาะชั่วโมงหลังที่เราจะได้เห็นฉากต่อสู้ การยิงไล่ล่าระหว่างยานอวกาศที่ใส่มาไม่ยั้งชนิดไม่ให้คนดูพักหายใจ ถ้าไม่ใช้นักแสดงนำที่เป็นคนเกาหลี เราเองก็ไม่คาดคิดว่านี่คือผลงานจากทีมผู้สร้างชาวเอเชีย ที่เคยฝากฝีมือสุดอลังการเอาไว้ในภาพยนตร์ Along With The Gods และ Ashfall เอาง่าย ๆ ว่างานสร้างระดับนี้ไม่น้อยหน้าหนังไซไฟยักษ์ใหญ่จากฮอลลีวูดเลยแม้แต่นิดเดียว อีกทั้งยังได้ โจซองฮี ผู้กำกับจาก A Warewolf Boy ที่กวาดรางวัลมานับไม่ถ้วน มาวาดฝีไม้ลายมืออีกครั้ง บอกตามตรงว่าเฉพาะทีมงานผู้สร้างก็การันตีความน่าดูได้มากโขแล้ว